ตรีสิทธิ์ ศิริวรรณ (ทนายตุ๋ย)
กับคำมั่นสัญญาที่สลักไว้ในหัวใจ
“ผมไม่เคยทอดทิ้งชาวพระโขนง”
ท่ามกลางกระแสสงครามที่โหมกระหน่ำซ้ำเติมวิกฤตเศรษฐกิจโลก ขณะที่สภาวะ “โลกเดือด” กำลังกัดกินความหวังและสวัสดิภาพของผู้คนในทุกยามหลับตื่น ประกอบกับความผันผวนทางการเมืองที่ดูเหมือนจะถ่วงเหนี่ยวความเจริญเอาไว้เบื้องหลัง ทำให้คนตัวเล็กตัวน้อยต้องตกอยู่ในวังวนแห่งความสิ้นหวัง อับจนหนทาง ไร้ที่พึ่ง และจำต้องทนอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เสื่อมโทรมราวกับไม่มีทางเลือก ไม่มีปากมีเสียงที่จะเรียกร้องให้ใครหันมามอง แต่ถึงกระนั้น…ยังมีชายคนหนึ่งที่ไม่เคยเหนื่อยล้ากับการยืนหยัดสู้เพื่อสิ่งที่เขาเชื่อมั่น เพียงเพื่อประโยชน์ของประชาชนที่เขาเคารพรัก ด้วยจิตสาธารณะที่เปี่ยมล้นและมั่นคง
ตลอดระยะเวลากว่า 3 ทศวรรษที่ “ทนายตุ๋ย” ตรีสิทธิ์ ศิริวรรณ หรือ “ลุงตุ๋ย” ของเด็กๆ ในพื้นที่พระโขนง ได้อุทิศทั้งชีวิตทำงานเพื่อส่วนรวม ด้วยความมุ่งมั่นจะเป็นฟันเฟืองเล็กๆ ที่ขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงในบ้านเกิดของเขาให้ดีขึ้นในทุกมิติ ไม่ว่าจะในบทบาทกระบอกเสียงผู้พิทักษ์สิทธิ์ให้กับคนหาเช้ากินค่ำในฐานะ “ทนายของชาวบ้าน” หรือในฐานะ “นักการเมืองท้องถิ่น” ที่นิยามคำว่างานด้วยคำว่า “หัวใจ” มาโดยตลอด

ไม่ว่าผลการเลือกตั้งจะจบลงด้วยชัยชนะหรือความพ่ายแพ้ จะมีตำแหน่งทรงเกียรติประดับกายหรือไม่ ทนายตุ๋ยไม่เคยหยุดก้าวเดินเพื่อคนพระโขนง
หลายคนอาจไม่ทราบว่าเขาคือเบื้องหลังสำคัญผู้ร่วมผลักดัน “ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครเรื่องค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการพัฒนาทรัพย์สินที่ประชาชนทั่วไปใช้สอยร่วมกัน” กฎหมายที่ชุบชีวิตที่ดินร้างว่างเปล่าให้กลายเป็นสวนหย่อมแห่งความสุข และเขายังเป็นกำลังหลักในการกอบกู้ลมหายใจของแม่น้ำลำคลองในเขตพระโขนง-บางนา ให้กลับมาใสสะอาด ปราศจากมลพิษ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและเยียวยาเศรษฐกิจชุมชน ทั้งทางตรงและทางอ้อม

แม้ในวันนี้ ทนายตุ๋ยอาจไม่ใช่ภาพของนักการเมืองรุ่นใหม่ไฟแรงที่โลดแล่นบนหน้าสื่ออย่างที่คนรุ่นก่อนเคยจดจำ แต่ไฟในใจของเขายังคงลุกโชนเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของพี่น้องชาวพระโขนงอย่างไม่เคยแปรเปลี่ยน
เด็กๆ GenZ อาจไม่คุ้นชื่อทนายตุ๋ย พอๆ กับที่ไม่แน่ใจว่าหน้าที่ของ ส.ก. หรือ ส.ข. เกี่ยวพันกับลมหายใจของพวกเขาอย่างไร แต่สำหรับคนรุ่นปู่ย่าตายายและพ่อแม่ ภาพของ ตรีสิทธิ์ ศิริวรรณ ยังคงชัดเจนในฐานะทนายที่วิ่งรอกทำงานไม่มีวันหยุด เข้าถึงทุกตรอกซอกซอย ดูแลรับใช้ทุกข์สุขของคนในชุมชนอย่างใกล้ชิดและให้เกียรติประดุจญาติมิตรในครอบครัวเดียวกัน
สโลแกนที่คนพระโขนงรุ่นพ่อแม่ยังจดจำตรีสิทธิ์ได้แม่นยำคือ “ถามว่าวันนี้วันอะไร ทุกคนจะตอบว่าวันนี้ดีที่สุดในโลก“

ด้วยดีกรีทนายความชั้น 1 ผู้เชี่ยวชาญกฎหมายที่ดินและมรดก และประสบการณ์ในสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) 2 สมัย รวมถึงสมาชิกสภาเขต (ส.ข.) อีก 2 สมัย แม้วันนี้เขาจะกลับมาเสนอตัวรับใช้ชุมชนพระโขนงอีกครั้งในนามทีมประชาธิปัตย์ ท่ามกลางกระแสการเมืองยุคใหม่ที่เชี่ยวกราก แต่การกลับมาครั้งนี้กลับสะท้อนให้เห็นถึง “ความซื่อตรง” ของหัวใจว่า ไม่ว่ากระแสลมแห่งการเปลี่ยนแปลงจะพัดไปทิศทางใด “ตรีสิทธิ์ ศิริวรรณ จะไม่เคยทอดทิ้งคนพระโขนง”

ผลงานที่เป็นดั่ง “อนุสาวรีย์ที่มีลมหายใจ” ของทนายตุ๋ย คือการเปลี่ยนพื้นที่รกร้างอาบยาพิษทางสายตา ให้กลายเป็นพื้นที่สีเขียวที่กระจายอยู่ทั่วพระโขนง-บางนา จากการลงแรงสำรวจด้วยงบส่วนตัว เขาสร้างลานกีฬาและสวนหย่อมที่ปลอดภัยเพื่อลบภาพจำของจุดเสี่ยงอาชญากรรม ให้กลายเป็นมุมนั่งเล่นของผู้สูงอายุและที่วิ่งเล่นอย่างปลอดภัยของลูกหลาน
เพราะเขารู้ซึ้งว่า ความสุขและคุณภาพชีวิตของกลุ่มเปราะบางมักถูกหลงลืมและมองข้าม คนเหล่านี้ไม่มีกำลังเพียงพอที่จะเรียกร้องสิทธิ์ได้เท่ากับผู้ที่พักอาศัยในโครงการหรู เขาจึงยอมเป็นกำแพงและเป็นแรงสู้เพื่อทวงคืนความเท่าเทียมในพื้นที่สีเขียวนี้มาโดยตลอด
แม้มุมสีเขียวเล็กๆ ในชุมชนอาจไม่ได้หรูหราสะดุดตา แต่มันคือปอดที่ช่วยฟอกความล้าทางกายและใจให้ชาวบ้านที่ไม่ได้ร่ำรวย เป็นที่พักพิงในยามโลกเดือด และเป็นจุดนัดพบที่สร้างมิตรภาพเล็กๆ ในสังคมใหญ่ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เองคือ “รางวัลอันทรงเกียรติสูงสุด” ที่นักการเมืองท้องถิ่นตัวเล็กๆ ที่ชื่อ ตรีสิทธิ์ ศิริวรรณ หรือ ทนายตุ๋ย ของชาวบ้าน แอบภาคภูมิใจลึกๆ ในใจเสมอมา และจะทำต่อ…เพื่อชาวพระโขนงตลอดไป

